02-716-6874
IDAT_50@hotmail.com

อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2 ซ.ศูนย์วิจัย

เกี่ยวกับเรา

อดีต-ปัจจุบัน และอนาคต ของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย

สมพนธ์ บุณยคุปต์ (อดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย)

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2535 เป็นการประชุมฉลองครบรอบทศวรรษแรกของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ผู้เขียนได้รับอุปโลกให้เขียนเรื่องของกำเนิดและความก้าวหน้าของสมาคมฯ เพราะได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับสมาคมฯต่อไป นอกจากนี้ เมื่อคนถึงวัยนี้แล้วมักจะมองไปข้างหลัง ซึ่งบางคนคิดว่าอดีตไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเราไม่ย้อนดูข้างหลังเราก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันเราอยู่ที่ใด และอนาคตจะมุ่งไปทางใด ความผิดพลาดแต่หนหลังคือบันไดของความสำเร็จในอนาคต

คำว่าวิชาโรคติดเชื้อนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นในเมืองไทยมาก่อน เรารู้จักคำว่าโรคติดต่ออันตราย ซึ่งมีพระราชบัญญัติโรคติดต่อออกมาเมื่อ พ.ศ. 2477 มีอยู่ 5 โรคคือ กาฬโรค (Plaque), อหิวาตกโรค (Cholera), ไข้ทรพิษ (Small pox), ไข้กาฬนกนางแอ่น (Cerebrospinal fever หรือที่รู้จักในปัจจุบันว่า Meningococcal meningitis) และ ไข้เหลือง (Yellow fever). ซึ่งในอดีต อหิวาต์เป็นโรคที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเรียก “โรคห่า” เพราะมีระบาดใหญ่หลายครั้งเช่นเดียวกัน มีหลักฐานว่าระบาดครั้งแรกในสมัยอยุธยา (พ.ศ. 1900) และครั้งที่ 2 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2363 ตามการระบาดที่เกิดทั่วโลก.1 สำหรับฝีดาษและไข้ทรพิษ ซึ่งในสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็กก็พอได้ทันเห็น แต่ในปัจจุบันโรคติดต่อเหล่านี้หมดปัญหาไปเป็นส่วนใหญ่ และความจริงไข้เหลืองไม่เคยเป็นปัญหาในบ้านเรา ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485) ได้เพิ่มไข้รากสาดใหญ่ (Typhus fever) เข้าไปด้วยในรายชื่อโรคติดต่อ ตามความต้องการของญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาเป็นพันธมิตรของประเทศไทยในขณะนั้น และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เพิ่ม “ไข้กลับซ้ำ” (Relapsing fever) อีกโรคด้วย ซึ่งรายละเอียด นายแพทย์ประเมิน จันทวิมลได้เขียนไว้ในแพทยสภาสารแล้ว1

ในระยะต้นของการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับราชแพทยาลัย หรือศิริราชในปัจจุบัน ได้เห็นความสำคัญของโรคติดเชื้อหลายชนิด นอกจากโรคติดต่อดังกล่าวแล้ว เช่น ไข้จับสั่น, โรคบิด, โรคพยาธิลำไส้ ฯลฯ ซึ่งการแพทย์สากลรวมเรียกว่าโรคเมืองร้อน และในโรงเรียนแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดคือศิริราช เมื่อมีการแยกสาขาวิชาจึงได้ตั้งหน่วยโรคเมืองร้อนขึ้นในภาควิชาอายุรศาสตร์ และต่อมาเกิดคณะอายุรศาสตร์เขตร้อนในมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อครั้งผู้บรรยายยังรับราชการได้ตั้งแผนกอายุรศาสตร์ทั่วไปและโรคเมืองร้อนที่โรงพยาบาลพระมงกฎเกล้า และเมื่อได้รับการโอนมารับราชการที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ตั้งขึ้นใหม่ และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบหน่วยโรคทางเดินอาหาร จึงได้ตั้งเป็นหน่วยโรคทางเดินอาหารและอายุรศาสตร์เขตร้อน เพราะโรคทางเดินอาหารในประเทศเราส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการติดเชื้อที่เรียกว่าโรคเขตร้อน

การตั้งคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ได้มีการประสานงานกับคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ได้ให้การสนับสนุนอยู่โดยส่งอาจารย์มาร่วมจัดตั้งภาควิชา Microbiology (antibiotics) ขึ้น ซึ่งอาจารย์ท่านนี้มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้นของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย คือ Dr. William A Sawyer ได้มีการประชุมประสานงานเป็นครั้งแรกที่ห้องสมุดโรงพยาบาลศิริราช (ขณะนั้น โรงพยาบาลรามาธิบดียังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ได้พูดถึงความสำคัญของโรคติดเชื้อที่มีต่อประเทศไทย จึงจำเป็นต้องเน้นวิชานี้ในโรงเรียนแพทย์ไทย ซึ่งโรคติดเชื้อนี้กว้างขวางครอบคลุมโรคเขตร้อนทั้งหมด และยังรวมถึงการติดเชื้ออื่นๆ เช่น การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ฯลฯ จึงได้ตกลงกันที่จะตั้งกลุ่มวิชาโรคติดเชื้อขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2515 เรียกว่า Infectious Diseases Group ประกอบด้วยผู้เขียน, นายแพทย์ Michael M. Stewart (อาจารย์จากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว) นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์, นายแพทย์ชิดพงษ์ ไชยวสุ และแพทย์หญิงพนิดา ชัยเนตร จากภาควิชาจุลชีววิทยา โดยกลุ่มนี้ได้เริ่มการสอนวิชาโรคติดเชื้อแก่แพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้าน โดยการทำ ward round, grand round, seminar และ symposium ซึ่งปรากฏว่าเป็นผลดีมากเป็นที่สนใจของแพทย์และนักศึกษาแพทย์เป็นอย่างยิ่งนอกจากนี้ทางคณะได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยผู้บรรยายเป็นประธานและนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา เป็นเลขานุการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2516 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการศึกษาและการป้องกันโรคติดเชื้อที่เกิดในโรงพยาบาล

จากการเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาโรคติดเชื้อ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิฯ ได้จัดให้มีการประชุมที่เรียกว่า The Mahidol University-Rockefeller Foundation International Symposium: Southeast Asia Addresses Its. Health Problem: Current Research and Educational Activities เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2517 ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยามหิดล ในการประชุมครั้งนั้น ผู้เขียนได้บรรยายเรื่อง “Learnning of Infectious Diseases in Medical Schools in Thailand”2 โดยได้เน้นว่าโรงเรียนแพทย์ไทยตั้งโดยเลียนแบบของต่างประเทศซึ่งโรคติดเชื้อไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในอเมริกาเองโรคติดเชื้อเพิ่งได้รับการยอมรับเป็นวิชาเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ (สมาคมโรคติดเชื้ออเมริกาเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2506) วิชาโรคติดเชื้อในบ้านเราได้รับการสอนจากอาจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆ เช่นโรคปอดบวมสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหาร, โรคไทฟอยด์สอนโดยเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม เป็นต้น บางโรคสอนซ้ำกันและยังมีอีกหลายโรคที่ไม่มีใครสอน เช่น septicemia, nosocomial infections เพราะไม่เข้าระบบใด จึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์ทุกโรงเรียน หรือจัดเป็นกลุ่มงาน Infectious Diseases Group เช่นที่ทำที่รามาธิบดี ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ได้รับการโต้แย้งจากคณบดีโรงเรียนแพทย์บางแห่งว่า ระบบที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว เพราะช่วยกันสอน แต่เป็นที่น่าดีใจว่าต่อมาไม่นานได้เกิดหน่วยวิชาโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์เกือบทุกแห่งในประเทศ

จากประสบการณ์ที่ได้จากการสอนแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้านในวิชาวิชาโรคติดเชื้อซึ่งนับเป็นของใหม่สำหรับเขา ทำให้เราได้จัดให้มีการอบรม Postgraduate course เรื่อง Treatment of Common Infectious Diseases ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี เมื่อวันที่ 11-15 มีนาคม 2517 กำหนดรับ 30 คน แต่ต้องรับถึง 68 คน เพราะผู้ต้องการเข้าอบรมมาก มีอาจารย์ร่วมสอน 15 คน และได้มีเอกสารประกอบการสอน (พิมพ์โรเนียว) หนา 270 หน้า

จากผลสำเร็จในการจัดอบรมในปีแรก จึงได้จัดเป็นประจำทุกๆ ปีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยในสิบปีแรกได้เน้นถึงการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ และหลังจากอบรมแพทย์ได้ประมาณหนึ่งพันคนแล้ว จึงได้เปลี่ยนหลักสูตรโดยเน้นด้านการรักษาโดยใช้ชื่อว่า Current Therapy of Common Infectious Diseases และเอกสารประกอบการสอนเปลี่ยนจากการพิมพ์โรเนียวเป็นเย็บเล่ม และต่อมาจึงเป็นเอกสารถาวร ซึ่งออกทุกปีมาจนถึงปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่าวิชาโรคติดเชื้อเป็นที่สนใจของแพทย์ทั่วประเทศ เพราะมีผู้ต้องการเข้ารับการอบรมมากกว่าจำนวนที่จะรับทุกๆปี ทั้งนี้เพราะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ และเพราะคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน ซึ่งในช่วงปีแรกๆผู้บรรยายและอาจารย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ต้องร่วมสอนทุกชั่วโมง แต่ในระยะหลังได้เริ่มมีอาจารย์ทางด้านโรคติดเชื้อมากขึ้นได้มาเป็นอาจารย์สอนสืบต่อมา

การจะเขียนเรื่องสมาคมโรคติดเชื้อหรือวิชาโรคติดเชื้อในประเทศเรา จะต้องอ้างถึงกำเนิดคือ ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และที่น่าเสียใจคือหลังจากกลุ่มโรคติดเชื้อดำเนินงานได้ 3 ปี ได้รับความสนใจจากแพทย์ทั่วไป รวมทั้งมีแพทย์จากต่างประเทศติดต่อขอมารับการอบรม กลุ่มจึงตั้งโปรแกรม Fellowship Training และได้เสนอโปรแกรมของโรคติดเชื้อเป็นโครงการร่วมภาควิชาเข้าสู่คณะเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2518 แต่มิได้รับการสนับสนุนจากบรรดาหัวหน้าภาควิชา เนื่องจากมีอาจารย์ผู้มีอิทธิพลบางคนเกรงว่าจะถูกแย่งโรคติดเชื้อไปจากระบบวิชาของตน เพราะงานโรคติดเชื้อเป็นวิชาที่ตัดผ่านระบบวิชาทุกระบบ ซึ่งในเรื่องนี้ผู้บรรยายได้เขียนบันทึกไว้3 และได้สรุปเขียนลงในบทความเรื่อง “ความล้าหลังของการรักษาโรคติดเชื้อในประเทศไทย ความผิดพลาดของโรงเรียนแพทย์4” ก่อนที่ผู้เขียนจะลาออกจากคณะฯ

ถึงแม้โครงการด้านโรคติดเชื้อที่รามาธิบดีจะสะดุดหยุดอยู่แต่เมล็ดพืชที่ได้หว่านไว้ได้งอกงามขึ้น โดยมีแพทย์หนุ่มสาวผู้ได้เข้าอบรมโรคติดเชื้อแล้วเกิดความสนใจและเห็นความสำคัญและได้ไปศึกษาต่อในวิชาโรคติดเชื้อจากต่างประเทศเมื่อกลับมาได้ไปก่อตั้งวิชานี้ในคณะแพทยศาสตร์อื่นๆ เช่น นายแพทย์ประสิทธิ์ อัศวโภคี, แพทย์หญิงนลินี อัศวโภคี, นายแพทย์อมร ลิลารัศมี, นายแพทย์สุรพล สุวรรณกูล จากศิริราช, นายแพทย์ธีระ ศิริสันธนะ จากเชียงใหม่, นายแพทย์ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล จากสงขลา เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2518 ผู้เขียน, อาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์และนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ได้จัดตั้งชมรมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยขึ้น โดยผู้เขียนเป็นประธานชมรมชั่วคราวและได้จัดประชุมชมรมครั้งแรกที่โรงพยาบาลเด็ก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2519 มีสมาชิกมาประชุม 20 คน ได้เลือกกรรมการ 8 คนและขอให้อาจารย์มุกดา เป็นประธาน และได้จัดการประชุมวิชาการ เรื่อง “Melioidosis เป็นปัญหาในคนไทยหรือไม่” ต่อมามีสมาชิกเพิ่มเป็น 62 คน และได้รับมอบจัดการอบรมหลังปริญญาด้านโรคติดเชื้อแทนคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ต่อมาชมรมนี้ได้ขอจดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2523 ด้วยความพยายามอย่างมากของอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์ จึงได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ต่อมาจึงได้รับใบอนุญาตจดทะเบียนสมาคมจากกรมตำรวจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2526 สมาคมได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดยเลือกอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์เป็นนายกสมาคม และผู้เขียนเป็นเลขาธิการ

ดาวน์โหลดบทความเพิ่มเติม