02-716-6874
IDAT_50@hotmail.com

อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ชั้น 7 เลขที่ 2 ซ.ศูนย์วิจัย

เกี่ยวกับเรา

 

อดีต-ปัจจุบัน และอนาคต ของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย

สมพนธ์ บุณยคุปต์ (อดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย)

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2535 เป็นการประชุมฉลองครบรอบทศวรรษแรกของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ผู้เขียนได้รับอุปโลกให้เขียนเรื่องของกำเนิดและความก้าวหน้าของสมาคมฯ เพราะได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับสมาคมฯต่อไป นอกจากนี้ เมื่อคนถึงวัยนี้แล้วมักจะมองไปข้างหลัง ซึ่งบางคนคิดว่าอดีตไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเราไม่ย้อนดูข้างหลังเราก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันเราอยู่ที่ใด และอนาคตจะมุ่งไปทางใด ความผิดพลาดแต่หนหลังคือบันไดของความสำเร็จในอนาคต

คำว่าวิชาโรคติดเชื้อนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นในเมืองไทยมาก่อน เรารู้จักคำว่าโรคติดต่ออันตราย ซึ่งมีพระราชบัญญัติโรคติดต่อออกมาเมื่อ พ.ศ. 2477 มีอยู่ 5 โรคคือ กาฬโรค (Plaque), อหิวาตกโรค (Cholera), ไข้ทรพิษ (Small pox), ไข้กาฬนกนางแอ่น (Cerebrospinal fever หรือที่รู้จักในปัจจุบันว่า Meningococcal meningitis) และ ไข้เหลือง (Yellow fever). ซึ่งในอดีต อหิวาต์เป็นโรคที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเรียก “โรคห่า” เพราะมีระบาดใหญ่หลายครั้งเช่นเดียวกัน มีหลักฐานว่าระบาดครั้งแรกในสมัยอยุธยา (พ.ศ. 1900) และครั้งที่ 2 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2363 ตามการระบาดที่เกิดทั่วโลก.1 สำหรับฝีดาษและไข้ทรพิษ ซึ่งในสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็กก็พอได้ทันเห็น แต่ในปัจจุบันโรคติดต่อเหล่านี้หมดปัญหาไปเป็นส่วนใหญ่ และความจริงไข้เหลืองไม่เคยเป็นปัญหาในบ้านเรา ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485) ได้เพิ่มไข้รากสาดใหญ่ (Typhus fever) เข้าไปด้วยในรายชื่อโรคติดต่อ ตามความต้องการของญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาเป็นพันธมิตรของประเทศไทยในขณะนั้น และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เพิ่ม “ไข้กลับซ้ำ” (Relapsing fever) อีกโรคด้วย ซึ่งรายละเอียด นายแพทย์ประเมิน จันทวิมลได้เขียนไว้ในแพทยสภาสารแล้ว1

ในระยะต้นของการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับราชแพทยาลัย หรือศิริราชในปัจจุบัน ได้เห็นความสำคัญของโรคติดเชื้อหลายชนิด นอกจากโรคติดต่อดังกล่าวแล้ว เช่น ไข้จับสั่น, โรคบิด, โรคพยาธิลำไส้ ฯลฯ ซึ่งการแพทย์สากลรวมเรียกว่าโรคเมืองร้อน และในโรงเรียนแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดคือศิริราช เมื่อมีการแยกสาขาวิชาจึงได้ตั้งหน่วยโรคเมืองร้อนขึ้นในภาควิชาอายุรศาสตร์ และต่อมาเกิดคณะอายุรศาสตร์เขตร้อนในมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อครั้งผู้บรรยายยังรับราชการได้ตั้งแผนกอายุรศาสตร์ทั่วไปและโรคเมืองร้อนที่โรงพยาบาลพระมงกฎเกล้า และเมื่อได้รับการโอนมารับราชการที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ตั้งขึ้นใหม่ และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบหน่วยโรคทางเดินอาหาร จึงได้ตั้งเป็นหน่วยโรคทางเดินอาหารและอายุรศาสตร์เขตร้อน เพราะโรคทางเดินอาหารในประเทศเราส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการติดเชื้อที่เรียกว่าโรคเขตร้อน

การตั้งคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ได้มีการประสานงานกับคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ได้ให้การสนับสนุนอยู่โดยส่งอาจารย์มาร่วมจัดตั้งภาควิชา Microbiology (antibiotics) ขึ้น ซึ่งอาจารย์ท่านนี้มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้นของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย คือ Dr. William A Sawyer ได้มีการประชุมประสานงานเป็นครั้งแรกที่ห้องสมุดโรงพยาบาลศิริราช (ขณะนั้น โรงพยาบาลรามาธิบดียังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ได้พูดถึงความสำคัญของโรคติดเชื้อที่มีต่อประเทศไทย จึงจำเป็นต้องเน้นวิชานี้ในโรงเรียนแพทย์ไทย ซึ่งโรคติดเชื้อนี้กว้างขวางครอบคลุมโรคเขตร้อนทั้งหมด และยังรวมถึงการติดเชื้ออื่นๆ เช่น การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ฯลฯ จึงได้ตกลงกันที่จะตั้งกลุ่มวิชาโรคติดเชื้อขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2515 เรียกว่า Infectious Diseases Group ประกอบด้วยผู้เขียน, นายแพทย์ Michael M. Stewart (อาจารย์จากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว) นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์, นายแพทย์ชิดพงษ์ ไชยวสุ และแพทย์หญิงพนิดา ชัยเนตร จากภาควิชาจุลชีววิทยา โดยกลุ่มนี้ได้เริ่มการสอนวิชาโรคติดเชื้อแก่แพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้าน โดยการทำ ward round, grand round, seminar และ symposium ซึ่งปรากฏว่าเป็นผลดีมากเป็นที่สนใจของแพทย์และนักศึกษาแพทย์เป็นอย่างยิ่งนอกจากนี้ทางคณะได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยผู้บรรยายเป็นประธานและนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา เป็นเลขานุการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2516 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการศึกษาและการป้องกันโรคติดเชื้อที่เกิดในโรงพยาบาล

จากการเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาโรคติดเชื้อ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิฯ ได้จัดให้มีการประชุมที่เรียกว่า The Mahidol University-Rockefeller Foundation International Symposium: Southeast Asia Addresses Its. Health Problem: Current Research and Educational Activities เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2517 ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยามหิดล ในการประชุมครั้งนั้น ผู้เขียนได้บรรยายเรื่อง “Learnning of Infectious Diseases in Medical Schools in Thailand”2 โดยได้เน้นว่าโรงเรียนแพทย์ไทยตั้งโดยเลียนแบบของต่างประเทศซึ่งโรคติดเชื้อไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในอเมริกาเองโรคติดเชื้อเพิ่งได้รับการยอมรับเป็นวิชาเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ (สมาคมโรคติดเชื้ออเมริกาเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2506) วิชาโรคติดเชื้อในบ้านเราได้รับการสอนจากอาจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆ เช่นโรคปอดบวมสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหาร, โรคไทฟอยด์สอนโดยเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม เป็นต้น บางโรคสอนซ้ำกันและยังมีอีกหลายโรคที่ไม่มีใครสอน เช่น septicemia, nosocomial infections เพราะไม่เข้าระบบใด จึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์ทุกโรงเรียน หรือจัดเป็นกลุ่มงาน Infectious Diseases Group เช่นที่ทำที่รามาธิบดี ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ได้รับการโต้แย้งจากคณบดีโรงเรียนแพทย์บางแห่งว่า ระบบที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว เพราะช่วยกันสอน แต่เป็นที่น่าดีใจว่าต่อมาไม่นานได้เกิดหน่วยวิชาโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์เกือบทุกแห่งในประเทศ

จากประสบการณ์ที่ได้จากการสอนแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้านในวิชาวิชาโรคติดเชื้อซึ่งนับเป็นของใหม่สำหรับเขา ทำให้เราได้จัดให้มีการอบรม Postgraduate course เรื่อง Treatment of Common Infectious Diseases ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี เมื่อวันที่ 11-15 มีนาคม 2517 กำหนดรับ 30 คน แต่ต้องรับถึง 68 คน เพราะผู้ต้องการเข้าอบรมมาก มีอาจารย์ร่วมสอน 15 คน และได้มีเอกสารประกอบการสอน (พิมพ์โรเนียว) หนา 270 หน้า

จากผลสำเร็จในการจัดอบรมในปีแรก จึงได้จัดเป็นประจำทุกๆ ปีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยในสิบปีแรกได้เน้นถึงการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ และหลังจากอบรมแพทย์ได้ประมาณหนึ่งพันคนแล้ว จึงได้เปลี่ยนหลักสูตรโดยเน้นด้านการรักษาโดยใช้ชื่อว่า Current Therapy of Common Infectious Diseases และเอกสารประกอบการสอนเปลี่ยนจากการพิมพ์โรเนียวเป็นเย็บเล่ม และต่อมาจึงเป็นเอกสารถาวร ซึ่งออกทุกปีมาจนถึงปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่าวิชาโรคติดเชื้อเป็นที่สนใจของแพทย์ทั่วประเทศ เพราะมีผู้ต้องการเข้ารับการอบรมมากกว่าจำนวนที่จะรับทุกๆปี ทั้งนี้เพราะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ และเพราะคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน ซึ่งในช่วงปีแรกๆผู้บรรยายและอาจารย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ต้องร่วมสอนทุกชั่วโมง แต่ในระยะหลังได้เริ่มมีอาจารย์ทางด้านโรคติดเชื้อมากขึ้นได้มาเป็นอาจารย์สอนสืบต่อมา

การจะเขียนเรื่องสมาคมโรคติดเชื้อหรือวิชาโรคติดเชื้อในประเทศเรา จะต้องอ้างถึงกำเนิดคือ ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และที่น่าเสียใจคือหลังจากกลุ่มโรคติดเชื้อดำเนินงานได้ 3 ปี ได้รับความสนใจจากแพทย์ทั่วไป รวมทั้งมีแพทย์จากต่างประเทศติดต่อขอมารับการอบรม กลุ่มจึงตั้งโปรแกรม Fellowship Training และได้เสนอโปรแกรมของโรคติดเชื้อเป็นโครงการร่วมภาควิชาเข้าสู่คณะเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2518 แต่มิได้รับการสนับสนุนจากบรรดาหัวหน้าภาควิชา เนื่องจากมีอาจารย์ผู้มีอิทธิพลบางคนเกรงว่าจะถูกแย่งโรคติดเชื้อไปจากระบบวิชาของตน เพราะงานโรคติดเชื้อเป็นวิชาที่ตัดผ่านระบบวิชาทุกระบบ ซึ่งในเรื่องนี้ผู้บรรยายได้เขียนบันทึกไว้3 และได้สรุปเขียนลงในบทความเรื่อง “ความล้าหลังของการรักษาโรคติดเชื้อในประเทศไทย ความผิดพลาดของโรงเรียนแพทย์4” ก่อนที่ผู้เขียนจะลาออกจากคณะฯ

ถึงแม้โครงการด้านโรคติดเชื้อที่รามาธิบดีจะสะดุดหยุดอยู่แต่เมล็ดพืชที่ได้หว่านไว้ได้งอกงามขึ้น โดยมีแพทย์หนุ่มสาวผู้ได้เข้าอบรมโรคติดเชื้อแล้วเกิดความสนใจและเห็นความสำคัญและได้ไปศึกษาต่อในวิชาโรคติดเชื้อจากต่างประเทศเมื่อกลับมาได้ไปก่อตั้งวิชานี้ในคณะแพทยศาสตร์อื่นๆ เช่น นายแพทย์ประสิทธิ์ อัศวโภคี, แพทย์หญิงนลินี อัศวโภคี, นายแพทย์อมร ลิลารัศมี, นายแพทย์สุรพล สุวรรณกูล จากศิริราช, นายแพทย์ธีระ ศิริสันธนะ จากเชียงใหม่, นายแพทย์ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล จากสงขลา เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2518 ผู้เขียน, อาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์และนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ได้จัดตั้งชมรมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยขึ้น โดยผู้เขียนเป็นประธานชมรมชั่วคราวและได้จัดประชุมชมรมครั้งแรกที่โรงพยาบาลเด็ก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2519 มีสมาชิกมาประชุม 20 คน ได้เลือกกรรมการ 8 คนและขอให้อาจารย์มุกดา เป็นประธาน และได้จัดการประชุมวิชาการ เรื่อง “Melioidosis เป็นปัญหาในคนไทยหรือไม่” ต่อมามีสมาชิกเพิ่มเป็น 62 คน และได้รับมอบจัดการอบรมหลังปริญญาด้านโรคติดเชื้อแทนคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ต่อมาชมรมนี้ได้ขอจดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2523 ด้วยความพยายามอย่างมากของอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์ จึงได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ต่อมาจึงได้รับใบอนุญาตจดทะเบียนสมาคมจากกรมตำรวจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2526 สมาคมได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดยเลือกอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์เป็นนายกสมาคม และผู้เขียนเป็นเลขาธิการ

ดาวน์โหลดบทความเพิ่มเติม

 

The Past, Present, and Future of the Infectious Disease Association of Thailand

Sompone Punyagupta (Former President of the Infectious Disease Association of Thailand)
** Vichaiyuth Hospital, Set Siri Rd, Phaya Thai, Bangkok, 10400

In Thailand, infectious diseases were historically called “dangerous contagious diseases”—five were included in the Act of B.E. 2477: the plague, cholera, smallpox, cerebrospinal fever (now known as meningococcal meningitis), and yellow fever. Cholera has long since been well-known among Thais, who called the disease “Roke Haa,” due to the numerous occurrences of outbreaks. The first recorded outbreak happened in B.E. 1900, and the second one was in B.E. 2363; both were concurrent with global epidemics.1 At present, most of the aforementioned diseases have been eradicated, and yellow fever has never been a problem for our country. During World War II (B.E. 2485), typhus was added to the list at the request of Japan, who occupied Thailand at the time. After the war, relapsing fever was also added to the list—Dr. Pramern Chantawimol had written about it in the Thai Medical Council Bulletin.1

These diseases, known as tropical diseases to the international medical community, have been a priority of Thai doctors since the birth of modern medicine in Thailand. At Siriraj, Thailand’s oldest medical school, the Tropical Diseases Unit was created under the Department of Medicine. Later, the Faculty of Tropical Medicine was established at Mahidol University. When I still served as a government officer, I helped found the Division of General Medicine and Tropical Diseases at Phramongkutklao Hospital, then when I moved to the newly established Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital, I was assigned the responsibility of managing the Gastrointestinal Unit, which became the Gastrointestinal Disease and Tropical Medicine Unit, due to the nature of gastrointestinal diseases here being mostly associated with infections in tropical climates, where Thailand lies.

The founding of the Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital was a collaboration between the Faculty of Science at Mahidol University and the Rockefeller Foundation’s support. They sent Dr. William A. Sawyer to assist in setting up the Department of Microbiology. The first collaborative meeting was held at the Siriraj Hospital Library (Ramathibodi Hospital was still under construction at the time), where they discussed the importance of infectious diseases in Thailand, which is why they should be prioritized in Thai medical schools. This covers all tropical diseases, including other infections such as urinary tract infections, nosocomial infections, etc. Thus, it was decided in B.E. 2515 to establish the discipline of infectious diseases named “the Infectious Diseases Group”, which consisted of myself, the late Dr. Michael M. Stewart from the Rockefeller Foundation, Dr. Somsak Lolekha from the Department of Pediatrics, and Dr. Jidbhong Jayavasu and Dr. Panida Chaiyanate from the Department of Microbiology. We started teaching on the subject for interns and residents through ward rounds, grand rounds, seminars, and symposiums, which became of great interest of doctors and medical students. Furthermore, on 25 May 2516, the faculty also established the first Sub-Committee for Infection Control in Thailand, where I was the president and Dr. Somsak Lolekha was the secretary.

Later, on 29 October 2517, an international symposium by Mahidol University and Rockefeller Foundation was held, titled “Southeast Asia Addresses Its Health Problem: Current Research and Educational Activities” at the Faculty of Science, Mahidol University. At the symposium, I spoke about the “Learning of Infectious Diseases in Medical Schools in Thailand”2, emphasizing that it is not important to imitate the curriculums of medical schools from abroad, because even in America, it had not been very long since infectious diseases were accepted as a specialty (The Infectious Disease Society of America was founded in B.E. 2506). In addition, the teaching about infectious diseases was done by instructors in multiple departments, which led to redundancy of shared diseases and neglect of diseases that do not fall under other departments’ responsibilities, such as septicemia and nosocomial infections. Therefore, it was necessary to have Infectious Diseases Working Groups in every medical school, as it was done at Ramathibodi. This talk was criticized by leaders of some medical schools, arguing that the existing system works well enough. However, not long after, almost every medical school in Thailand had an infectious disease unit.

For interns and residents, for whom a specialization in infectious diseases was new, we had organized post-graduate training courses on the Treatment of Common Infectious Diseases for the first time at the Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital during 11-15 March 2517. We had planned for 30 attendants, but had to accommodate for 68, due to a high demand. The courses were taught by a team of 15 instructors, and 270-page mimeographs of the material were printed.

Due to the success of the first year’s training courses, we then began to organize them regularly each year. In the first ten years, we focused on diagnosing infectious diseases. After having trained approximately 1,000 doctors, we transitioned to a focus on treatment, using the name “Current Therapy of Common Infectious Diseases.” Demand for the courses and their material was very high—each year there were more and more applicants, due to the high practicality of the course, as well as the quality of the instructors.

However, after the Infectious Diseases Group had operated for three years and requested approval for a fellowship training project, the subject was not able to be fully supported yet. Nevertheless, the young doctors who had undergone the training courses went on to establish the subject in other medical schools, namely, Dr. Prasit Asawapokee, Dr. Nalinee Asawapokee, Dr. Amorn Leelarasamee, and Dr. Surapol Suwanagool from Siriraj; Dr. Thira Sirisanthana from Chiang Mai; and Dr. Khachornjakdi Silpapojakul from Songkhla, for example.

In the year of B.E. 2518 Dr. Mukda Trishnananda, Dr. Somsak Lolekha, and I founded the Infectious Disease Group of Thailand, where I was the temporary president. The first meeting was held at the Children’s Hospital on 10 March 2519 with 20 attendees. Eight committee members were chosen, and requested Dr. Mukda to be the president. We convened an academic conference titled “Is Melioidosis a Problem among Thais?” Later, the Group increased to 62 members, and offered postgraduate training on infectious diseases instead of the Faculty of Medicine, Ramathibodi. On 18 December 2523, we applied the Infectious Disease Association of Thailand for officiation with the National Culture Commission, of which we were officially recognized on June B.E. 2525. We received the documentation from the Police Department on 17 August B.E. 2526. The first major conference was held on 18 November B.E. 2525, when we elected Dr. Mukda Trishnananda as the president of the association and myself as the secretary. Key events in the history of the Association are summarized in Table 1.

Table 1 Key Events in the History of the Study of Infectious Diseases and the Infectious Disease Association of Thailand
1 B.E. 2514 Began planning an infectious disease curriculum at the Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital, with the support of the Rockefeller Foundation
2 B.E. 2515 Establishment of the Infectious Disease Group at the Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital
3 25 May 2516 The first infection control sub-committee was established at the Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital
4 11-15 Mar 2517 Organized a post-graduate training course on Treatment of Infectious Disease for the first time at Ramathibodi Hospital
5 29 Oct 2517 International Symposium: Southeast Asia Addresses Its Health Problem at Mahidol University
6 10 Mar 2519 Founded the Infectious Diseases Group of Thailand, with 40 members and held the first meeting: “Is Melioidosis a problem among Thais?”
7 1 Jan 2521 Began publishing the Infectious Diseases Group of Thailand booklets, which were printed for five years
8 18 Dec 2523 Established the Infectious Disease Association of Thailand, which was officially registered on 24 Jun 2525
9 18 Nov 2525 First election of committee members from 112 members
10 1 Jan 2527 Released the quarterly “Infectious Diseases and Antibiotics” journal
11 23-24 Nov 2528 Organized the National Workshop on Melioidosis at the Ambassador Hotel with 60 attendees
12 10-13 Dec 2529 Organized the International Congress on Bacterial and Parasitic Drug Resistance at Shangri La Hotel with 533 attendees from 30 countries; the start of the Western Pacific Congress on Chemotherapy
13 24-25 Aug 2532 Organized a Workshop on Laboratory Diagnosis of Infectious Diseases with 180 attendees
14 11 Dec 2533 Organized the Second Western Pacific Congress on Infectious Diseases and Chemotherapy at Ambassador City, Jom Tien, with 1,500 attendees from 50 countries
15 28-30 Oct 2535 Ten-year anniversary meeting at Hin Suay Nam Sai, Rayong
List of Presidents and Secretaries of the Association
    President Secretary
B.E. 2519-2525 Infectious Disease Group Mukda Trishnananda Sompone Punyagupta
Infectious Disease Association of Thailand Mukda Trishnananda Sompone Punyagupta
B.E. 2530-2535 Infectious Disease Association of Thailand Sompone Punyagupta Somsak Lolekha
B.E. 2535-2536 Infectious Disease Association of Thailand Somsak Lolekha Boonmee Satapatayavong
Academic Activities of the Association

Apart from the postgraduate training of 1,600 personnel (Table 2), we also hosted academic conferences with keynote speakers from around the world, with the cooperation of medical supply companies. From 10 to 13 of December 2529, the Association held its first international conference “Congress on Bacterial and Parasitic Drug Resistance” at Shangri La Hotel, with Dr. Panida Chaiyanate as the secretary. It was a great success, with 533 attendees from 30 countries. It was also the start of another international academic organization: The Western Pacific Congress on Chemotherapy, which is a branch of the International Congress on Chemotherapy (ICC). Later, the Association hosted the Second Western Pacific Congress on Infectious Diseases and Chemotherapy at Ambassador City Hotel, Jom Tien on 11-14 December 2533 with 1,500 attendees from 50 countries; Dr. Panida Chaiyanate was the secretary. We were greatly honored to have Her Royal Highness Princess Chulabhorn Walailak deliver the opening lectures at both conferences. The Association also became a partner with the ICC.

Table 2 Number of doctors and scientists that received infectious disease training
No. Date Attendees Instructors Location
1.(1) 11-14 Mar 2517 68 15 Ramathibodi
2. 24-28 Mar 2518 47 16 Ramathibodi
3.(2) 22-26 Mar 2519 57 10 Bamrasnaradura
4. 21-25 Mar 2520 81 20 Rajavithi
5. 13-17 Mar 2521 76 25 Siriraj
6. 1-5 Oct 2522 86 23 Chulalongkorn
7. 20-24 Oct 2523 81 12 Chiang Mai
8. 12-16 Oct 2524 92 27 Phramongkutklao
9.(3) 15-19 Nov 2525 123 30 Siriraj
10. 17-21 Oct 2526 118 29 Ramathibodi
11.(4) 21-25 Jan 2528 111 29 Rajavithi
12. 20-24 Jan 2529 118 34 Chulalongkorn
13. 2-6 Feb 2530 105 33 Siriraj
14. 8-12 Feb 2531 116 35 Ramathibodi
15.(5) 6-10 Feb 2532 120 34 Chulalongkorn
16. 5-9 Mar 2533 84 33 Phramongkutklao
17. 9-13 Mar 2535 169 30 Phramongkutklao
Total 1,652*

Notes

  • (1) The Infectious Diseases Group of Ramathibodi Hospital provided training on “Treatment of Infectious Disease”
  • (2) Infectious Diseases Group of Thailand provided training about “Diagnosis and Treatment of Common Infectious Disease”
  • (3) The Infectious Disease Association of Thailand began its role in training
  • (4) Changed to “Problem in the Management of Common Infectious Disease”
  • (5) Changed to “Current Therapy of Common Infectious Disease”
  • *There were repeat trainees.

Aside from international recognition, the Association was also accepted by domestic organizations, including the Medical Council of Thailand and the Royal College of Physicians of Thailand. The Association has also sent official representatives to national conferences regularly, such as the National Hepatitis Control Committee and the National AIDS Control Committee.

Financial Status of the Association We had started from nothing, but when the Infectious Disease Group was established, I had donated 5,229 baht, which was the remaining budget from the first two training sessions. We were also assisted by donations from those who had attended them. When we changed from a Group to an Association seven years later, the remaining funds (297,706.83 baht) were transferred. Eventually, by B.E. 2535, we had accumulated over 11 million baht (See Table 3), most of which were acquired from training sessions, selling books, and crucially, two international conferences.

Table 3 Financial Status of the Association
B.E. Total Assets (Baht)
2518 5,229.00(1)
2519 10,129.00
2520 25,325.43
2524 158,000.00
2525 297,706.83(2)
2526 387,257.80
2527 336,180.40
2528 400,186.57
2529 624,507.60
2530 2,522,593.91(3)
2531 3,007,703.66
2532 3,271,081.80
2533 8,331,943.26
2534 11,691,166.60(3)

Notes

  • (1) The Infectious Disease Group received the remaining money from the previous training session
  • (2) The Infectious Disease Association inherited assets from the Infectious Disease Group
  • (3) Increased from organizing the Congress on Drug Resistance
  • (4) Increased from organizing the Second Western Pacific Congress on Infectious Disease and Chemotherapy

Publishing in Academic Journals

When we were still the Infectious Disease Group, we began to publish quarterly booklets in B.E. 2521, with Professor Amorn Leelarasamee as the editor. During B.E. 2523 to 2525, Professor Somwang Danchaivijitr assumed the role instead. Then when we became an Association, we started publishing the “Infectious Diseases and Antibiotics” journal since B.E. 2527, and Professor Amorn Leelarasamee resumed the role of editor again. With the cooperation of doctors and researchers on infectious diseases, it became one of the most popular medical journals in Thailand.

Research Work

At the National Workshop on Melioidosis at the Ambassador Hotel, 23-24 November 2528, we compiled information on the disease, which we published as an English-language monograph, titled Melioidosis5. It was printed by Bangkok Wetchasan Printing House and released for purchase in B.E. 2532. The Association also planned for the diagnosis and treatment of this disease; Dr. Mondej Sukpranee, Dr. Wattanachai Susaengrat, and Dr. Paitoon Boonma, and their research team from Khon Kaen produced research results that were highly beneficial to the doctors and the patients of this disease6. Then, we found an interest in the pathology of intracellular infections, which yielded an interesting study by Professor Nalinee Asawapokee, Professor Panida Chaiyanate, and Professor Malai Vorachit on “Glycocalyx”. In addition, the Association also organized a workshop on diagnosing infectious diseases with the Department of Medical Sciences on 24-25 August 2532.

The Future of the Association

The aforementioned information showed that the Infectious Disease Association of Thailand had been outstanding in the establishment of the discipline in the country. What I wish to see in the second decade are as follows.

  1. Teaching: We should continue our annual training activities for physicians and scientists, annual academic meeting, and academic conference by speakers from the Association and other professional organization
  2. Publication: Continuing publication and upgrading The Journal of Infectious Disease and Antimicrobial Agents to international standards by publishing both in Thai and English is needed so that it can be disseminated internationally, particularly countries in our region who share common interest and disease patterns. This is one of the most important mission of the Association which needs a strong devotion and efforts of the editor.
  3. Research: The Association should provide grant for conducting infectious disease research and for the research to present their work in international meetings.
  4. Human resources: as a result of AIDS epidemic and increased complexity of infectious diseases such as drug-resistant infection, fungal infection as well as rapid advancement of medical science both in terms of diagnostic laboratory and treatment, it will be difficult for general physicians to keep up with these conditions. Increased demand for infectious disease specialists is inevitable. Therefore, we should have infectious disease training programs under the collaboration between the Infectious Disease Association and medical schools under approval of the Royal College of Physician of Thailand and the Thai Medical Council. Furthermore, the Association may provide training and/ or research grants for the trainees. If we cannot execute this process and physicians are not able to obtain the training abroad, we would see a severe shortage of infectious disease human resource.
  5. Administration: because we have very limited number of faculty members in this field, we must continuously work altogether in an orchestrate manner to make the Infectious Disease Association of Thailand being a nationally and internationally renowned organization.

As one of the team member in establishing the discipline of infectious disease and founding the organization, I am proud to be part of the Infectious Disease Association of Thailand which is now well recognized by medical society. I have been on duty for almost 20 years. It is the time for backing off and transferring this responsibility to the younger generation. I hope in the next decade I shall see significant advancement of the organization for all.

References
  • ประเมิน จันทวิมล ประวัติโรคติดต่ออันตรายในประเทศไทย แพทยสภาสาร 2515;9:758-99.
  • Punyagupta S. Learning of Infectious Diseases in medical Schools in Thailand. Mahidol-Rockefeller Foundation International Symposium: October 29, 1974, Bangkok Thailand.
  • Letter to the Dean and Executive Committee of the Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital 8 April B.E. 2518.
  • Sompone Punyagupta Drawback of treatment of infectious disease in Thailand: error of medical schools. The Thai Medical Council Bulletin 2518; 4:333-46.
  • Punyagupta S, Sririsanthana T, Stapatayavong B. Melioidosis. Bangkok: Bangkok medical Publisher, 1989.
  • Sukpranee M, Boonma P, Susaengrat W, et al. Multicenter prospective randomized trial comparing ceftazidime plus co-trimoxazole with chloramphenicol plus doxycycline and co-trimoxazole for treatment of severe melioidosis. Antimicrob Agents and Chemotherapy 1992; 36:158-62.