About Us

อดีต-ปัจจุบัน และอนาคต ของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย

สมพนธ์  บุณยคุปต์ (อดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย)

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2535 เป็นการประชุมฉลองครบรอบทศวรรษแรกของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ผู้เขียนได้รับอุปโลกให้เขียนเรื่องของกำเนิดและความก้าวหน้าของสมาคมฯ เพราะได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น  เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับสมาคมฯต่อไป  นอกจากนี้  เมื่อคนถึงวัยนี้แล้วมักจะมองไปข้างหลัง  ซึ่งบางคนคิดว่าอดีตไม่มีประโยชน์  แต่ถ้าเราไม่ย้อนดูข้างหลังเราก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันเราอยู่ที่ใด และอนาคตจะมุ่งไปทางใด  ความผิดพลาดแต่หนหลังคือบันไดของความสำเร็จในอนาคต

คำว่าวิชาโรคติดเชื้อนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นในเมืองไทยมาก่อน เรารู้จักคำว่าโรคติดต่ออันตราย  ซึ่งมีพระราชบัญญัติโรคติดต่อออกมาเมื่อ พ.ศ. 2477 มีอยู่ 5 โรคคือ กาฬโรค (Plaque), อหิวาตกโรค (Cholera), ไข้ทรพิษ (Small pox), ไข้กาฬนกนางแอ่น (Cerebrospinal fever หรือที่รู้จักในปัจจุบันว่า Meningococcal meningitis) และ ไข้เหลือง (Yellow fever).  ซึ่งในอดีต อหิวาต์เป็นโรคที่คนไทยรู้จักกันดี  โดยเรียก “โรคห่า” เพราะมีระบาดใหญ่หลายครั้งเช่นเดียวกัน  มีหลักฐานว่าระบาดครั้งแรกในสมัยอยุธยา (พ.ศ. 1900) และครั้งที่ 2 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2363 ตามการระบาดที่เกิดทั่วโลก.1  สำหรับฝีดาษและไข้ทรพิษ  ซึ่งในสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็กก็พอได้ทันเห็น แต่ในปัจจุบันโรคติดต่อเหล่านี้หมดปัญหาไปเป็นส่วนใหญ่ และความจริงไข้เหลืองไม่เคยเป็นปัญหาในบ้านเรา  ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2485) ได้เพิ่มไข้รากสาดใหญ่ (Typhus fever) เข้าไปด้วยในรายชื่อโรคติดต่อ  ตามความต้องการของญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาเป็นพันธมิตรของประเทศไทยในขณะนั้น และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เพิ่ม “ไข้กลับซ้ำ” (Relapsing fever) อีกโรคด้วย  ซึ่งรายละเอียด นายแพทย์ประเมิน จันทวิมลได้เขียนไว้ในแพทยสภาสารแล้ว1

ในระยะต้นของการแพทย์แผนปัจจุบัน  ซึ่งถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับราชแพทยาลัย หรือศิริราชในปัจจุบัน  ได้เห็นความสำคัญของโรคติดเชื้อหลายชนิด  นอกจากโรคติดต่อดังกล่าวแล้ว เช่น ไข้จับสั่น, โรคบิด, โรคพยาธิลำไส้ ฯลฯ ซึ่งการแพทย์สากลรวมเรียกว่าโรคเมืองร้อน และในโรงเรียนแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดคือศิริราช  เมื่อมีการแยกสาขาวิชาจึงได้ตั้งหน่วยโรคเมืองร้อนขึ้นในภาควิชาอายุรศาสตร์ และต่อมาเกิดคณะอายุรศาสตร์เขตร้อนในมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อครั้งผู้บรรยายยังรับราชการได้ตั้งแผนกอายุรศาสตร์ทั่วไปและโรคเมืองร้อนที่โรงพยาบาลพระมงกฎเกล้า และเมื่อได้รับการโอนมารับราชการที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ตั้งขึ้นใหม่ และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบหน่วยโรคทางเดินอาหาร  จึงได้ตั้งเป็นหน่วยโรคทางเดินอาหารและอายุรศาสตร์เขตร้อน  เพราะโรคทางเดินอาหารในประเทศเราส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการติดเชื้อที่เรียกว่าโรคเขตร้อน

การตั้งคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี  ได้มีการประสานงานกับคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล  ซึ่งมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ได้ให้การสนับสนุนอยู่โดยส่งอาจารย์มาร่วมจัดตั้งภาควิชา Microbiology (antibiotics) ขึ้น  ซึ่งอาจารย์ท่านนี้มีส่วนสำคัญในการเริ่มต้นของวิชาโรคติดเชื้อในประเทศไทย คือ Dr. William A Sawyer ได้มีการประชุมประสานงานเป็นครั้งแรกที่ห้องสมุดโรงพยาบาลศิริราช  (ขณะนั้น โรงพยาบาลรามาธิบดียังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง)  ได้พูดถึงความสำคัญของโรคติดเชื้อที่มีต่อประเทศไทย  จึงจำเป็นต้องเน้นวิชานี้ในโรงเรียนแพทย์ไทย  ซึ่งโรคติดเชื้อนี้กว้างขวางครอบคลุมโรคเขตร้อนทั้งหมด และยังรวมถึงการติดเชื้ออื่นๆ เช่น การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ฯลฯ  จึงได้ตกลงกันที่จะตั้งกลุ่มวิชาโรคติดเชื้อขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2515 เรียกว่า Infectious Diseases Group ประกอบด้วยผู้เขียน, นายแพทย์ Michael M. Stewart (อาจารย์จากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว) นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์, นายแพทย์ชิดพงษ์ ไชยวสุ และแพทย์หญิงพนิดา ชัยเนตร จากภาควิชาจุลชีววิทยา  โดยกลุ่มนี้ได้เริ่มการสอนวิชาโรคติดเชื้อแก่แพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้าน โดยการทำ ward round, grand round, seminar และ symposium ซึ่งปรากฏว่าเป็นผลดีมากเป็นที่สนใจของแพทย์และนักศึกษาแพทย์เป็นอย่างยิ่งนอกจากนี้ทางคณะได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  โดยผู้บรรยายเป็นประธานและนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา เป็นเลขานุการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2516 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการศึกษาและการป้องกันโรคติดเชื้อที่เกิดในโรงพยาบาล

จากการเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาโรคติดเชื้อ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิฯ ได้จัดให้มีการประชุมที่เรียกว่า The Mahidol University-Rockefeller Foundation International Symposium: Southeast Asia Addresses Its. Health Problem: Current Research and Educational Activities เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2517 ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยามหิดล ในการประชุมครั้งนั้น ผู้เขียนได้บรรยายเรื่อง “Learnning of Infectious Diseases in Medical Schools in Thailand”2 โดยได้เน้นว่าโรงเรียนแพทย์ไทยตั้งโดยเลียนแบบของต่างประเทศซึ่งโรคติดเชื้อไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในอเมริกาเองโรคติดเชื้อเพิ่งได้รับการยอมรับเป็นวิชาเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ (สมาคมโรคติดเชื้ออเมริกาเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2506) วิชาโรคติดเชื้อในบ้านเราได้รับการสอนจากอาจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆ เช่นโรคปอดบวมสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทรวงอก, โรคบิดสอนโดยอาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหาร, โรคไทฟอยด์สอนโดยเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม เป็นต้น บางโรคสอนซ้ำกันและยังมีอีกหลายโรคที่ไม่มีใครสอน เช่น septicemia, nosocomial infections เพราะไม่เข้าระบบใด จึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์ทุกโรงเรียน หรือจัดเป็นกลุ่มงาน Infectious Diseases Group เช่นที่ทำที่รามาธิบดี ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ได้รับการโต้แย้งจากคณบดีโรงเรียนแพทย์บางแห่งว่า ระบบที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว เพราะช่วยกันสอน แต่เป็นที่น่าดีใจว่าต่อมาไม่นานได้เกิดหน่วยวิชาโรคติดเชื้อขึ้นในโรงเรียนแพทย์เกือบทุกแห่งในประเทศ

จากประสบการณ์ที่ได้จากการสอนแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้านในวิชาวิชาโรคติดเชื้อซึ่งนับเป็นของใหม่สำหรับเขา ทำให้เราได้จัดให้มีการอบรม Postgraduate course เรื่อง Treatment of Common Infectious Diseases ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี เมื่อวันที่ 11-15 มีนาคม 2517 กำหนดรับ 30 คน แต่ต้องรับถึง 68 คน เพราะผู้ต้องการเข้าอบรมมาก มีอาจารย์ร่วมสอน 15 คน และได้มีเอกสารประกอบการสอน (พิมพ์โรเนียว) หนา 270 หน้า

จากผลสำเร็จในการจัดอบรมในปีแรก จึงได้จัดเป็นประจำทุกๆ ปีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยในสิบปีแรกได้เน้นถึงการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ และหลังจากอบรมแพทย์ได้ประมาณหนึ่งพันคนแล้ว จึงได้เปลี่ยนหลักสูตรโดยเน้นด้านการรักษาโดยใช้ชื่อว่า Current Therapy of Common Infectious Diseases และเอกสารประกอบการสอนเปลี่ยนจากการพิมพ์โรเนียวเป็นเย็บเล่ม และต่อมาจึงเป็นเอกสารถาวร  ซึ่งออกทุกปีมาจนถึงปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่าวิชาโรคติดเชื้อเป็นที่สนใจของแพทย์ทั่วประเทศ เพราะมีผู้ต้องการเข้ารับการอบรมมากกว่าจำนวนที่จะรับทุกๆปี  ทั้งนี้เพราะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ และเพราะคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน  ซึ่งในช่วงปีแรกๆผู้บรรยายและอาจารย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ต้องร่วมสอนทุกชั่วโมง แต่ในระยะหลังได้เริ่มมีอาจารย์ทางด้านโรคติดเชื้อมากขึ้นได้มาเป็นอาจารย์สอนสืบต่อมา

การจะเขียนเรื่องสมาคมโรคติดเชื้อหรือวิชาโรคติดเชื้อในประเทศเรา จะต้องอ้างถึงกำเนิดคือ ที่คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และที่น่าเสียใจคือหลังจากกลุ่มโรคติดเชื้อดำเนินงานได้ 3 ปี  ได้รับความสนใจจากแพทย์ทั่วไป  รวมทั้งมีแพทย์จากต่างประเทศติดต่อขอมารับการอบรม  กลุ่มจึงตั้งโปรแกรม Fellowship Training และได้เสนอโปรแกรมของโรคติดเชื้อเป็นโครงการร่วมภาควิชาเข้าสู่คณะเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2518 แต่มิได้รับการสนับสนุนจากบรรดาหัวหน้าภาควิชา เนื่องจากมีอาจารย์ผู้มีอิทธิพลบางคนเกรงว่าจะถูกแย่งโรคติดเชื้อไปจากระบบวิชาของตน  เพราะงานโรคติดเชื้อเป็นวิชาที่ตัดผ่านระบบวิชาทุกระบบ  ซึ่งในเรื่องนี้ผู้บรรยายได้เขียนบันทึกไว้3 และได้สรุปเขียนลงในบทความเรื่อง “ความล้าหลังของการรักษาโรคติดเชื้อในประเทศไทย  ความผิดพลาดของโรงเรียนแพทย์4” ก่อนที่ผู้เขียนจะลาออกจากคณะฯ

ถึงแม้โครงการด้านโรคติดเชื้อที่รามาธิบดีจะสะดุดหยุดอยู่แต่เมล็ดพืชที่ได้หว่านไว้ได้งอกงามขึ้น  โดยมีแพทย์หนุ่มสาวผู้ได้เข้าอบรมโรคติดเชื้อแล้วเกิดความสนใจและเห็นความสำคัญและได้ไปศึกษาต่อในวิชาโรคติดเชื้อจากต่างประเทศเมื่อกลับมาได้ไปก่อตั้งวิชานี้ในคณะแพทยศาสตร์อื่นๆ เช่น นายแพทย์ประสิทธิ์ อัศวโภคี, แพทย์หญิงนลินี อัศวโภคี, นายแพทย์อมร ลิลารัศมี, นายแพทย์สุรพล สุวรรณกูล จากศิริราช, นายแพทย์ธีระ ศิริสันธนะ จากเชียงใหม่, นายแพทย์ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล จากสงขลา เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2518 ผู้เขียน, อาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์และนายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา  ได้จัดตั้งชมรมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยขึ้น  โดยผู้เขียนเป็นประธานชมรมชั่วคราวและได้จัดประชุมชมรมครั้งแรกที่โรงพยาบาลเด็ก  เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2519 มีสมาชิกมาประชุม 20 คน ได้เลือกกรรมการ 8 คนและขอให้อาจารย์มุกดา เป็นประธาน และได้จัดการประชุมวิชาการ เรื่อง “Melioidosis เป็นปัญหาในคนไทยหรือไม่”  ต่อมามีสมาชิกเพิ่มเป็น 62 คน และได้รับมอบจัดการอบรมหลังปริญญาด้านโรคติดเชื้อแทนคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ต่อมาชมรมนี้ได้ขอจดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2523 ด้วยความพยายามอย่างมากของอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์ จึงได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ต่อมาจึงได้รับใบอนุญาตจดทะเบียนสมาคมจากกรมตำรวจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2526 สมาคมได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดยเลือกอาจารย์มุกดา ตฤษณานนท์เป็นนายกสมาคม และผู้เขียนเป็นเลขาธิการ

ดาวน์โหลดบทความเพิ่มเติม

Executive Committee (2018-2019)

คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ (วาระปี พ.ศ. 2561-2562)

พันโท นายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์ ที่ปรึกษา
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ที่ปรึกษา
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนลินี อัศวโภคี ที่ปรึกษา
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรรณพิศ สุวรรณกูล ที่ปรึกษา
ศาสตราจารย์ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี ที่ปรึกษา
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงบุญมี สถาปัตยวงศ์ ที่ปรึกษา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมฯ
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพจน์ ตันติศิริวัฒน์ อุปนายก
อาจารย์ นายแพทย์จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์ นายทะเบียนและบรรณารักษ์
พันโทฐิติวัฒน์ ช่างประดับ เหรัญญิก
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล เลขาธิการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย จริยะเศษฐพงศ์ ปฏิคม
ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ชุษณา สวนกระต่าย กรรมการกลาง
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศศิธร ลิขิตนุกูล กรรมการกลาง
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ กรรมการกลาง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์โอภาส พุทธเจริญ กรรมการกลาง
อาจารย์ นายแพทย์พอพล โรจนพันธุ์ กรรมการกลาง
   

คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ วาระปี พ.ศ. 2561-2562

นายแพทย์ กำธร มาลาธรรม ประธานคณะอนุกรรมการ
นายแพทย์ ชุษณา สวนกระต่าย รองประธานคณะอนุกรรมการ
นายแพทย์ ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ อนุกรรมการ
พันโท ฐิติวัฒน์ ช่างประดับ อนุกรรมการ
นายแพทย์ ธนาสนธิ์ ธรรมกุล อนุกรรมการ
นายแพทย์ ธวัชชัย จริยะเศรษฐพงศ์ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง นันตรา สุวันทารัตน์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ พจน์ อินทลาภาพร อนุกรรมการ
แพทย์หญิง เพลินจันทร์ เชษฐ์โชติศักดิ์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ เมธี ชยะกุลคีรี อนุกรรมการ
แพทย์หญิง รมณีย์ ชัยวาฤทธิ์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ วรพจน์ ตันติศิริวัฒน์ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง วรางคณา มั่นสกุล อนุกรรมการ
นายแพทย์ วิษณุ ธรรมลิขิตกุล อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล อนุกรรมการ
นายแพทย์ สุเทพ จารุรัตนศิริกุล อนุกรรมการ
นายแพทย์ อนุชา อภิสารธนรักษ์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ โอภาส พุทธเจริญ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง พรพรรณ กู้มานะชัย อนุกรรมการและเลขานุการ
   

คณะอนุกรรมการ Interhospital Case Conference on Infectious Diseases (ICCID) (วาระปี พ.ศ. 2561-2562)

นายแพทย์ กำธร มาลาธรรม ที่ปรึกษา
แพทย์หญิง ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล ที่ปรึกษา
นายแพทย์ ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ ที่ปรึกษา
นายแพทย์ พอพล โรจนพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการฯ
พันโทฐิติวัฒน์ ช่างประดับ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ศศินุช รุจนเวช อนุกรรมการ
นายแพทย์ รุจิภาส สิริจตุภัทร อนุกรรมการ
นายแพทย์ รองพงศ์ โพล้งละ อนุกรรมการ
นายแพทย์ ศรัญญู ชูศรี อนุกรรมการ
นายแพทย์ อธิบดี มีสิงห์ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ปาริชาติ สาลี อนุกรรมการและเลขานุการ
   

คณะอนุกรรมการวิชาการ (วาระปี พ.ศ. 2561-2562)

นายแพทย์ กำธร มาลาธรรม ที่ปรึกษา
นายแพทย์ ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการ
นายแพทย์ อนุชา อภิสารธนรักษ์ อนุกรรมการ
เภสัชกร ดร.ปรีชา มนทกานติกุล อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ศิริลักษณ์ อนันต์ณัฐศิริ อนุกรรมการ
นายแพทย์ โอภาส พุทธเจริญ อนุกรรมการ
นายแพทย์ อนุภพ จิตต์เมือง อนุกรรมการ
แพทย์หญิง พรพรรณ กู้มานะชัย อนุกรรมการและเลขานุการ
   

คณะอนุกรรมการวิจัย (วาระปี พ.ศ. 2561-2562)

นายแพทย์ กำธร มาลาธรรม ที่ปรึกษา
แพทย์หญิง รมณีย์ ชัยวาฤทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการ
นายแพทย์ กำพล สุวรรณพิมลกุล อนุกรรมการ
นายแพทย์ พัชรสาร ลีนะสมิต อนุกรรมการ
แพทย์หญิง เพลินจันทร์ เชษฐ์โชติศักดิ์ อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ภิญโญ รัตนาอัมพวัลย์ อนุกรรมการ
นายแพทย์ ศรัญญู ชูศรี อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล อนุกรรมการ
แพทย์หญิง ขวัญหทัย แก้วปู่วัด อนุกรรมการและเลขานุการ